[FIC] Who When Why The SERIES [YunJae][05]

posted on 12 Feb 2014 21:36 by wilyrover in FICTION











 
 
 
 
Title :: Who When Why The SERIES
Author :: WilyRover
Pairing :: Yunho x Jaejoong
Category :: Romantic / Comedy / PG-NC17
Author’s Note :: ' Let the rhythm flow '




 
 
 
 
 
 
 
 
 
- Let the rhythm -
 
 
 
 
 
 
 
 
"แต่ถ้าได้จูบอีกสักทีคราวนี้ฉันอาจจะรู้ก็ได้"

คำ พูดของคนตรงหน้าทำเอาแจจุงยืนนิ่ง เสียงทุ้มนุ่มยังคงดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ร่างบางกะพริบตาปริบๆ ราวกับไม่เชื่อหู สมองค่อยๆ ประมวลผล แจจุงทำความเข้าใจคำพูดประโยคนั้นของยุนโฮทีละคำอย่างช้าๆ สุดท้ายแก้มใสก็ซับสีเข้มแดงระเรื่อ

“พูดเล่นใช่ไหม?”

“..........”

“ผม ไม่ตลกด้วยหรอกนะ” ว่าเสียงขุ่นตาขุ่นใส่ ก่อนจะเบือนหน้าหลบมือแกร่งที่เอื้อมมาสัมผัสริมฝีปากตัวเองเมื่อครู่ แจจุงหันหลังเดินหนี ยุนโฮพยายามแล้วที่จะคว้าข้อมือบางเล็กนั้นไว้โดยไม่รู้เหตุผลว่าจะรั้งแจจุ งทำไมแต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสโดนคนตัวบางก็ปัดมือเขาออก

“วันนี้ ผมเหนื่อย จะนอนแล้ว” เสียงหวานราบเรียบติดจะเฉยชาเอ่ยปากไล่ ใช่...ฟังดูก็รู้ว่าอีกคนตั้งใจจะไล่ มองดูก็รู้ว่าแจจุงไม่พอใจ แต่ที่ยุนโฮยังสงสัยคือแจจุงไม่พอใจอะไร ไม่พอใจที่ถูกเขาจูบ? หรือไม่พอใจที่เขาหาคำตอบให้ไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องจูบ... ร่างสูงยืนนิ่งมองคนที่นั่งหน้ามุ่ยบนโซฟาซึ่งตัวเองใช้เป็นเตียงนอนมาตลอด หนึ่งอาทิตย์ เรียวตาคมจับจ้องเสี้ยวหน้าสวยด้านข้างเนิ่นนาน นาน...จนคนถูกจ้องรู้สึกตัว

“จ้องทำไม? เข้าห้องไปสิ ผมจะนอน!”

“นี่ มันบ้านฉันนะ ฉันจะยืนตรงไหน ทำอะไรมันก็สิทธิของฉัน” เพราะเห็นคนตรงหน้ามาขึ้นเสียงใส่ทั้งที่แก้มสองข้างยังแดงก่ำ ยุนโฮเลยอดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำด้วย ส่วนอีกฝ่ายเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งทำตาเขียว แต่แทนที่แจจุงจะเถียงกลับมาเจ้าตัวกลับเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบโต้อะไร

“ทำไมเงียบไปล่ะ ไม่เถียงหน่อยเหรอ?”

“เถียงไปผมก็ไม่ชนะหรอก คุณเจ้าของบ้านนี่...”

“..........”

“ผมง่วงแล้วจริงๆ คุณไปสักทีเถอะ”

“..........”

“..........”

“เข้าไปนอนในห้องไหม”

“เห?”

“นายอยากเข้าไปนอนในห้องกับฉันไหม”

“ไม่” แจจุงตอบเสียงดังฟังชัดทันทีแบบไม่ต้องคิด และเพราะคำตอบที่แสนจะชัดเจนนี้เองที่ทำให้คนถามต้องเป็นฝ่ายไม่พอใจบ้าง ยุนโฮถึงกับหน้าตึงเมื่อโดนคนตัวบางปฏิเสธเสียงแข็ง

“ทำไม? ทีตอนมาวันแรกเห็นอยากนอนในห้องนัก”

“ก็นั่นมันวันแรก...” วันแรกกับวันนี้เหมือนกันที่ไหน? วันแรกไม่ได้โดนจูบเหมือนวันนี้นะ!...สองประโยคหลังแจจุงได้แต่คิดในใจ

“คืนนี้อากาศเย็น ฉันอนุญาตให้นายเข้าไปนอนในห้องได้”

“ผมไม่รบกวนดีกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นจะจะยึดผ้าห่มคืนให้หมด นอนโซฟาหนาวๆ ไปแล้วกัน”

“หา? นี่คุณพูดเล่นอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย!?”

“ฉัน พูดจริง แล้วก็ทำจริงด้วย” จบประโยค ร่างสูงก็หันไปหอบผ้าห่มผืนหนาที่แจจุงใช้ซุกกายสร้างความอบอุ่นทุกคืนเดิน เข้าห้อง ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายที่ดังลั่นไล่หลัง ยุนโฮตอบโต้การประท้วงของแจจุงด้วยการปิดประตูแรงๆ ดังปัง บอกแล้วว่าเขาพูดจริงทำจริง คนอย่างชองยุนโฮไม่เคยพูดเล่น ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือก่อนหน้านี้ ประโยคเมื่อครู่นี้หรือว่าประโยคไหน ทั้งหมดมันคือสิ่งที่อยู่ในใจของเขาทั้งนั้น

"แต่ถ้าได้จูบอีกสักทีคราวนี้ฉันอาจจะรู้ก็ได้"

นี่ก็เหมือนกัน... แจจุงกลับเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นเสียได้
...ทั้งที่เขาตั้งใจพูดแบบนั้นจริงๆ แท้ๆ




ยี่สิบ นาทีต่อมา สุดท้ายแจจุงที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อยก็เปิดประตูเดิน เข้ามาในห้องนอนยุนโฮจนได้ คนตัวบางทำหน้ามุ่ย เช่นเดียวกับดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววขุ่นเคือง ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปยังร่างสูงที่นอนพิงหัวเตียงและเปิดโคมไฟอ่านหนังสือ ยุนโฮทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นการมีตัวตนอยู่ในห้องนี้ของเขา ไม่เงยหน้าขึ้นมองกันเลยสักนิด เจอแบบนี้เข้าแจจุงก็ยิ่งหมั่นไส้ ใช้อำนาจในทางที่ผิดมัดมือชกคนอื่นแล้วยังจะทำเมินกันแบบนี้อีกหรือไง? มากไปแล้วชองยุนโฮ...

ปัง!!!

แจจุงปิดประตูเสียงดัง ลั่น กระแทกใส่ลงไปเต็มแรงแบบที่ไม่กลัวว่าประตูจะพังหรือผนังห้องจะร้าวหรือ เปล่า ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็เรียกความสนใจจากใครอีกคนได้สำเร็จ ยุนโฮละสายตาจากหนังสือในมือเงยหน้าขึ้นมอง เรียวตาคมกริบจ้องแจจุงอย่างดุๆ แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะสนใจ คนตัวบางเบะปากไหวไหล่ ทำท่า ‘ก็ไม่รู้สินะ’ ก่อนจะเดินตรงมาที่เตียงด้วยความรู้สึกของผู้ชนะ

แจจุงแทรกกายเข้าไป ในผ้าห่มผืนเดียวกับยุนโฮ เขาล้มตัวลงนอนหันหลังให้อีกฝ่ายแล้วหลับตา ไม่มีกล่าวราตรีสวัสดิ์ ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ที่หลุดรอดจากปากอิ่ม ถึงเวลาที่แจจุงจะเอาคืนทำเมินยุนโฮบ้าง เขายังคงหลับตาตอนยุนโฮปิดไฟ และเปลือกตาบางก็ยังคงปิดสนิทต่อไปตอนที่ร่างสูงล้มตัวลงนอนข้างๆ แต่ต่างจากเดิมอยู่นิดตรงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะขึ้นมากับมือขาวๆ ที่เผลอกำผ้าห่มแน่น

แจจุงได้แต่ถามตัวเองว่าจะตื่นเต้นทำไมกับอีแค่ นอนกับยุนโฮในห้องเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน ใช้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ทำอย่างกับว่าไม่เคยนอนกับคนอื่น ทีกับจุนซูหรือยูชอนยังไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนี่นา... ก่อนเสียงถอนใจหนักๆ ของคนที่นอนอยู่อีกฟากของเตียงจะดังกลบเสียงในใจของคนตัวบางขึ้นมา

“นาย โกรธฉันหรือไง” แจจุงไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มันเรียกว่า ‘โกรธ’ ไหม มันอาจจะมีบ้างที่ไม่พอใจ หงุดหงิด หรือขุ่นเคืองบ้างนิดๆ แต่ถ้าถามว่าโกรธเป็นจริงเป็นจังหรือเปล่า...แจจุงเองก็ไม่แน่ใจ ความจริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายุนโฮถามเขาเรื่องไหนเพราะเรื่องที่ร่างสูง นิสัยเสียทำไม่ดีกับเขาไว้มันเยอะแยะเต็มไปหมด

“ถ้าเป็นเรื่อง จูบ...ฉันขอโทษ” แต่แล้วเรื่องที่ยุนโฮคิดว่าแจจุงจะโกรธก็ทำให้คนตัวบางต้องลืมตา มือขาวเผลอกำผ้าห่มแน่นกว่าเดิม ไม่ต่างอะไรกับหัวใจที่เต้นโครมครามเสียจนน่ากลัวว่ายุนโฮอาจจะได้ยิน แจจุงเกือบลืมเรื่องจูบนี่ไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้ายุนโฮไม่พูดขึ้นมาอีกเขาก็คงพยายามลืมมันไปได้

“ขอโทษที่จูบ...แล้วก็ขอโทษที่ก่อนหน้านี้หาเหตุผลให้ไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องจูบ แต่ตอนนี้ฉันมีคำตอบให้นายแล้ว...”

“..........”

“ที่จูบก็เพราะอยากจูบ...”

“..........”

“แค่ นั้นแหละเหตุผลของฉัน...ราตรีสวัสดิ์” แล้วยุนโฮก็เงียบไป ร่างสูงไม่พูดอะไรอีกเลย เหมือนเจ้าตัวมาโยนระเบิดไว้แล้วก็วิ่งหนีหายไปดื้อๆ ยุนโฮทิ้งให้แจจุงรู้สึกเคว้งคว้างอยู่กับความสับสนในใจเพียงคนเดียว แม้อีกฝ่ายจะตอบชัดว่าที่จูบเพราะอยากจูบแต่แจจุงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ทำไมถึงอยากจูบกันขึ้นมา ยุนโฮเป็นผู้ชาย เขาเองก็เป็นผู้ชาย เราสองคนเป็นผู้ชาย...ผู้ชายกับผู้ชายอยู่ๆ มาอยากจูบกันแบบนี้มันปกติหรือไง?

คนตัวบางลอบถอนหายใจกับคำถามที่ ไร้คนตอบ แจจุงหลับตา พยายามข่มตานอน แต่จนแล้วจนรอดเวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีเขาก็ยังหลับไม่ลง คำพูดของยุนโฮยังคงดังก้องในหัว จูบเพราะอยากจูบอย่างนั้นเหรอ? ...ยิ่งนึกถึงใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัว แจจุงได้แต่นึกเคืองใครอีกคนในใจ มีอย่างที่ไหนมาพูดให้คนอื่นคิดมากจนนอนไม่หลับ ส่วนตัวเองกลับสบายใจนอนหลับปุ๋ย

ก่อนคนตัวบางจะพลิกตัวหันมาทางตัว ปัญหาที่ดีแต่สร้างเรื่องให้เขาวุ่นวายใจ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เผลอตกใจทำตาโต เมื่อเห็นคนที่คิดว่าหลับยังไม่หลับ ยุนโฮยังลืมตาตื่นอยู่ และที่สำคัญเรียวตาคมกริบคู่นั้นกำลังจับจ้องมาที่เขา ราวกับว่า...อีกฝ่ายนอนมองเขาแบบนี้อยู่ก่อนตั้งนานแล้ว

“ทะ...ทำไมคุณยังไม่นอน”

“ฉันนอนไม่หลับ”

“ผมก็นอนไม่หลับ...” ตอบได้แค่นั้น ก่อนความเงียบจะโรยตัวรายล้อมรอบคนทั้งคู่ เนิ่นนาน...กว่าเสียงทุ้มหวานจะดังทำลายความเงียบขึ้นมา

“ทำไมคุณถึงให้ผมเข้ามานอนด้วยล่ะ”

“บอกแล้วไงว่าคืนนี้อากาศมันเย็น”

“คุณกลัวว่าผมนอนข้างนอกแล้วจะหนาวเหรอ?”

“ฉันกลัวว่าตัวเองนอนคนเดียวแล้วจะหนาวต่างหาก”

ถึง ตรงนี้... แจจุงรู้สึกได้เลยว่าหัวใจของตัวเองเต้นรัวจนเจ็บไปหมด แสงไฟของเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหลด้านนอกส่องสว่างเข้ามาในห้อง แม้จะปิดไฟแล้ว แม้จะแค่เลือนราง...แต่แจจุงก็ยังมองเห็นว่าเรียวตาคมกริบของคนตรงหน้าเอา แต่จ้องมองเขาไม่วางตา ถึงจะมองไม่เห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น แต่แจจุงก็รู้...ว่าในสายตาของยุนโฮตอนนี้มีเพียงเขา ก่อนความคิดวูบหนึ่งจะชัดเจนขึ้นในใจให้รู้สึกสับสนหนักกว่าเก่า ทำไมนะ...ทำไมต้องอยากให้ยุนโฮมองแค่ตัวเองคนเดียวตลอดไปด้วย

“ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดแบบนี้”

“..........”

“ผม ไม่อยากตกหลุมรักคุณ” เพราะรู้ดีว่าหลุมตรงหน้านั้นเสี่ยงเกินไป อันตรายเกินไป หากตกลงไปแล้ว...อาจจะถอนตัวไม่ขึ้น ก่อนแจจุงจะได้ยินเสียงอีกคนถอนใจเบาๆ กับคำขอร้องของเขา

“เรื่องแบบ นี้มันห้ามกันไม่ได้หรอก” เรื่องของหัวใจและความรู้สึกยุนโฮเองก็รู้ดีว่ามันห้ามกันไม่ได้ แม้แต่เขาในตอนนี้...ชองยุนโฮที่พยายามทำใจแข็งกับใครบางคนมาตลอด...ก็ยัง ห้ามตัวเองไม่ได้

ก่อนใบหน้าหล่อคมจะเลื่อนเข้าไปใกล้ แค่เพียงอึดใจ ไม่ทันได้ตั้งตัวหรือแม้แต่กะพริบตา เรียวปากหยักได้รูปก็ทาบทับแนบชิดกับปากอิ่ม เราสองคน...จูบกันอีกแล้ว...

แม้ จะตกใจแต่แจจุงก็ไม่ได้ขัดขืนตอนที่ยุนโฮฉวยโอกาสเอาเปรียบริมฝีปากของเขา ขณะที่ร่างสูงเองก็เหมือนไม่แน่ใจในความหอมหวานของริมฝีปากนุ่มนิ่มตรงหน้า ว่ามันคือเรื่องจริงหรือความฝัน ยุนโฮกดจูบย้ำซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะละเลียดชิมกลีบปากสีสดอย่างเชื่องช้า ทั้งขบเม้มและดูดดึงริมฝีปากบนและล่างสลับกันไปมาให้คนตัวบางที่นอนรับจูบ หวานรู้สึกหวามไหวในอกจนเผลอยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอร่างสูงไว้ราวกับเว้าวอนขอ จูบที่ลึกซึ้งกว่านี้

แจจุงแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนที่ยุนโฮพลิกตัว เขาให้นอนราบลงไปกับเตียงแล้วทาบทับร่างสูงแกร่งกำยำลงมา แจจุงมัวแต่สนใจเรียวลิ้นร้อนที่หยอกล้อแย่งชิงลมหายใจให้ขาดห้วงโดยไม่สนใจ เลยว่าตัวเองเผลออ้าเรียวขาให้ใครอีกคนแทรกกายเข้ามาแนบชิด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มือหนาล่วงล้ำเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวบาง สัมผัสหยาบกร้านที่ลูบไล้หน้าท้องของเขาผ่านขึ้นไปจนเกือบจะถึงแผ่นอกทำให้ แจจุงได้สติ

“ดะ...เดี๋ยว!...” ร้องห้ามแล้วก็ต้องหน้าแดงแจ๋ เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นว่าทั้งตัวเองและยุนโฮใกล้ชิดกันจนมากเกินพอดี แถมยังอยู่ในท่าทีที่ล่อแหลม แจจุงไม่ใช่คนใสซื่อไร้เดียงสาถึงขนาดไม่รู้ว่าไอ้การที่เขาอ้าขาให้ยุนโฮ แทรกกายทาบทับลงมามันหมายถึงอะไร

“คุณเมาหรือไง”

“ถ้าจะเมา ฉันก็เมาจูบนายนั่นแหละ” ตอบเสียงเรียบให้คนฟังต้องใจสั่นหน้าแดงหนักกว่าเก่า ขณะที่ยุนโฮตอบแล้วก็ทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกรอบ แต่คราวนี้คนตัวบางไม่ยอมง่ายๆ มือขาวสองข้างยันไหล่กว้างไว้ก่อนริมฝีปากเราจะสัมผัสกันอีกครั้งนิดเดียว

“รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่...”

“ทำไม ไม่ได้เหรอ”

“ผม...ผมไม่เคยทำกับผู้ชาย...”

“ฉันก็ไม่เคย”

“..........”

“นาย คือคนแรก” คนแรกที่ทำให้หวั่นไหว คนแรกที่เข้ามาวุ่นวายในหัวใจจนห้ามตัวเองไว้ไม่ได้ คนแรกที่ทำให้รู้สึกอยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของจนลืมผิดชอบชั่วดี ลืมความเหมาะสม ลืมเหตุผล ลืมทุกอย่าง... คิมแจจุงเป็นคนแรกที่ทำให้คนอย่างชองยุนโฮสูญเสียความเป็นตัวเองได้ขนาดนี้

โดย ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองก็เป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของใครบางคนสั่นคลอน ทั้งที่ดื้อแสนดื้อ เอาแต่ใจ ไม่เคยยอมใคร แต่ตอนนี้กับผู้ชายตรงหน้าแจจุงกลับอยากยอมทุกอย่าง ยอมให้กอด ยอมให้จูบ ยอมให้ยุนโฮทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ...แค่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหู เพียงเท่านั้น

อย่าว่าแต่ยุนโฮใจอ่อนเลย แจจุงก็ใจง่ายเหมือนกัน

แล้ว สองมือที่เคยผลักไสก็เปลี่ยนมาโอบรอบคอร่างสูงไว้ดังเดิม ยุนโฮก้มลงมามอบจูบลึกซึ้งให้คนตัวบางใต้ร่างอีกครั้ง เรียวปากหยักได้รูปตักตวงความหวานจากปากอิ่มอย่างไม่รู้จักพอ เช่นเดียวกับลิ้นร้อนที่กวาดชิมทั่วโพรงปากนิ่ม หยอกล้อกับลิ้นเล็กครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนร่างสูงจะดูดดึงปลายลิ้นเล็กนั่นแรงๆ ให้คนถูกรังแกรู้สึกสะท้านวาบไปทั้งร่าง

“อ๊ะ...อื้อ...”

กระทั่ง ลมหายใจแจจุงขาดห้วง เกือบขาดใจนั่นแหละยุนโฮถึงได้ยอมถอนริมฝีปากออกมา แต่เขาไม่ได้หยุดทุกอย่างไว้แค่นั้น เรียวปากหยักเลื่อนจากกลีบปากนิ่มมาที่ซอกคอขาว กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากร่างกายแจจุงทำเอารู้สึกเหมือนจะเมาขึ้นมาจริงๆ ยุนโฮสูดดมความหอมสลับกดจูบไปทั่วซอกคอขาว ระหว่างนั้นก็ปลดกระดุมเสื้อนอนของแจจุงทีละเม็ดๆ ในที่สุดแผ่นอกราบเรียบลื่นมือก็ปรากฏชัดในสายตา

แม้ภายในห้องจะมืด สลัว แต่ยุนโฮกลับคิดว่าผิวขาวๆ ยามต้องแสงไฟเลือนรางแบบนี้ดูเย้ายวนกว่าปกติเสียอีก รอยสักรูปผีเสื้อสีดำตัวน้อยยิ่งทำให้แจจุงดูลึกลับ น่าค้นหา ปลายลิ้นร้อนไล้เลียที่ปีกผีเสื้อแสนสวย ในที่สุดผีเสื้อที่เคยคิดว่าไม่มีวันได้ครอบครองก็บินมาให้เขาเชยชม ก่อนยุนโฮจะแตะลิ้นเบาๆ ลงบนติ่งไตเม็ดเล็กบนแผ่นอกบาง สัมผัสหวามที่ที่ทำเอาแจจุงต้องเลื่อนมือมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงครางตัวเอง ไว้

“อ๊า...” แต่ก็ไม่สำเร็จ...เมื่อยุนโฮไล้เลียปลายลิ้นยังส่วนนั้นจนมันเปียกชุ่ม กวาดชิมซ้ำๆ ราวกับเม็ดสีชมพูนั้นเป็นลูกกวาดแสนอร่อย จากนั้นก็ครอบครอง ดูดดึง...คล้ายกับหมั่นเขี้ยวเจ้าของร่างกายเย้ายวนนี้เสียเหลือเกิน

“อ๊า...อ๊ะ ...” เสียงครางหวานที่เริ่มหลุดรอดให้ได้ยินทำเอาร่างสูงยิ่งถลำลึกลงไปในห้วงของ แรงปรารถนามากขึ้น ปลายจมูกโด่งคลอเคลียไปตามผิวขาวที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ก่อนยุนโฮจะพรมจูบไปทั่วแผ่นอกบางแล้วไล่ริมฝีปากลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ สัมผัสนุ่มเรียบเนียนทำเอาร่างสูงเผลอจูบย้ำลงไปหลายครั้ง...นับไม่ถ้วน จูบจนแจจุงตัวแดงไปหมด

มือแกร่งจัดการถอดกางเกงนอนของแจจุงออกพร้อม กับพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงต้นขาขาวไวสัมผัส คนตัวบางถึงกับสะท้านไปทั้งร่างเมื่อปลายลิ้นร้อนไล้เลียลิ้มรสความหวาน จากร่างกายของเขา เช่นเดียวกับบางสิ่งบางอย่างที่สั่นระริกค่อยๆ ชูชันขึ้นมาเมื่อความปรารถนาถูกปลุกปั่นไม่หยุด

เรียวตาคมเหลือบมอง แจจุงน้อยที่เขาเคยเห็นมาแล้วในวันที่เจอกันครั้งแรก จากวันนั้นจนถึงวันนี้เจ้าแท่งเนื้อสีชมพูนั่นก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดูผิดกับ ยุนโฮน้อยของเขาเหมือนเดิม ร่างสูงนึกย้อนไปถึงคืนนั้นที่เขาใช้มือช่วยแจจุงปลดปล่อยออกมา ความทรงจำเก่าๆ แวบเข้ามาในหัวให้ร่างกายร้อนวูบวาบ เช่นเดียวกับความคิดในคืนนั้นที่ย้อนกลับเข้ามา

ถ้าคนตรงหน้า ‘ช่วยทำ’ ให้เขาปลดปล่อยออกมาบ้างก็คงจะดี

เร็ว เท่าความคิด ร่างสูงตัดสินใจละริมฝีปากจากผิวเนียนลุกขึ้นนั่ง ยุนโฮรั้งกางเกงนอนตัวเองให้ลงไปกองอยู่ที่เข่า แล้วดึงแจจุงให้ลุกจากเตียงขึ้นมานั่งหันหน้าเข้าหากัน ก่อนมือแกร่งจะจับมือขาวๆ ของคนที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่ครบชิ้นมาวางลงบนบางสิ่งบางอย่างที่แค่มือ สัมผัสหัวใจของแจจุงก็เต้นรัว หน้าแดงก่ำ

“อะ...อะไร” แจจุงไม่รู้จริงๆ นะว่ายุนโฮดึงมือของเขาไปจับยุนโฮน้อยของตัวเองทำไม

“คราว ที่แล้วฉันทำให้นายแล้ว...คราวนี้นายทำให้ฉันบ้างสิ” ได้ยินแบบนั้นปากอิ่มก็เม้มเข้าหากันแน่นพลางช้อนตามองคนตรงหน้า ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เขินอาย สุดท้าย...มือขาวๆ ที่นิ่งอยู่นานก็เริ่มขยับ ยุนโฮยิ้มมุมปากที่เห็นแจจุงว่าง่าย ร่างสูงกดจูบหนักที่มุมปากอิ่ม ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากไปหยอกล้อเร้าอารมณ์ติ่งไตเม็ดเล็กบนแผ่นอกบางให้เป็น รางวัล

“อ่า...” ร่างสูงถึงกับหลุดเสียงครางต่ำออกมา เมื่อมือของแจจุงทำงานได้ดีกว่าที่คิด สัมผัสนุ่มนั้นขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป มันกำลังดี เผลอๆ จะดีมากพอจนทำให้ยุนโฮน้อยแข็งชันขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มไม้เต็มมือของแจจุง คนตัวบางชะงัก ก่อนจะก้มลงมองสิ่งที่มือตัวเองกอบกุมอยู่ แล้วก็ร้อนวาบไปทั้งหน้า

“หยุดทำไม”

“มันใหญ่อ่ะ...” ตอบไปแบบไม่ทันคิด เพราะมัวแต่กังวลถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า แจจุงลืมคิดเรื่องขนาดไปเลย เขาที่ไม่เคย เขาที่เพิ่งมีประสบการณ์แบบนี้ครั้งแรก มาเจออะไรใหญ่ๆ แบบนี้เข้า...จะไม่แย่เอาเหรอ!? ขณะที่อีกคนพอได้ยินแบบนั้นก็หลุดหัวเราะดังหึ เรียวตาคมจับจ้องร่างบางตรงหน้าราวกับจะกลืนกินไปทั้งตัว ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะกระซิบที่ข้างหู

“เตรียมใจไว้เลย”

“..........”

“คืนนี้นายจะโดนของใหญ่แบบนี้นี่แหละ”

พูด จบก็ผลักคนตัวบางที่กำลังอึ้งให้ล้มกลับลงไปนอนบนเตียง มือข้างหนึ่งของยุนโฮเลื่อนมากอบกุมแจจุงน้อยให้เจ้าของมันต้องสะดุ้ง ส่วนมืออีกข้างก็เลื่อนไปตรงริมฝีปากสีสด ปลายนิ้วเรียวไล้สัมผัสแผ่วเบาแล้วเอ่ยปากสั่ง

“เลียซะ ถ้าไม่อยากเจ็บ” ว่าแล้วก็สอดนิ้วเข้าไปในโพรงปากนุ่มอย่างถือวิสาสะจนแจจุงอดมองค้อนไม่ได้ แต่สุดท้ายคนตัวบางก็ยอมรับนิ้วเรียวของยุนโฮเข้าปากไป เช่นเดียวกับมือแกร่งของอีกฝ่ายที่เริ่มขยับปลุกปั่นความต้องการให้แจจุ งน้อยต้องทรมานมากยิ่งขึ้น

“อ๊ะ...อ๊า...” คนตัวบางครางไปดูดนิ้วยุนโฮไป ยิ่งร่างสูงขยับมือถี่รัวเท่าไร ปากอิ่มก็ยิ่งตอบสนองรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แจจุงทั้งดูดดึง ทั้งใช้ลิ้นดุนดันจนยุนโฮเสียงไปถึงปลายเท้า ร่างกายของเขาชักร้อนจนแทบทนไม่ไหว รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าแค่สัมผัสแค่ปลายนิ้วมันไม่พอ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทั้งดูดทั้งเลียนิ้วเรียวของตัวเองจนน้ำลายเปียกชุ่ม ยุนโฮก็ละมือออก แต่ก็ไม่ได้ทำให้แจจุงสนใจเท่ามืออีกข้างที่ขยับปรนเปรอแจจุงน้อยของเขาอยู่ กระทั่งยุนโฮใช้นิ้วชุ่มน้ำลายนั้นแทรกผ่านเข้าไปในช่องทางด้านหลัง ร่างทั้งร่างก็ถึงกับผวาเฮือก

“อ๊า...” พร้อมกับเสียงหวีดคราง เมื่อนิ้วของยุนโฮค่อยๆ ขยับ

“พูด สิว่าตรงไหนที่ทำให้รู้สึกดี” ร่างสูงยิ้มพอใจเมื่อเห็นคนตัวบางมีสีหน้าทรมานยามที่เขาควานนิ้วเข้าไป สัมผัสผนังด้านใน ร่างขาวๆ ถึงกับบิดเร่าเมื่อเขาใช้เล็บครูดช้าๆ ไปตามผิวเนื้อหยุ่น

“อ๊ะ...อ๊า...”

“ตรงไหนล่ะ?”

“อ๊ะ...ตรงนั้น...”

“ตรงนี้เหรอ?”

“อ๊า...” แจจุงส่งเสียงครางไม่หยุด ความสุขสมที่ร่างสูงปรนเปรอให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังกำลังทำให้เขาทรมาน แทบขาดใจ มันอึดอัด มันเหมือนร่างทั้งร่างกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง แจจุงรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงทะเลลึกที่เต็มไปด้วยความต้องการและ แรงปรารถนา เขาอยากได้อะไรที่มันมากกว่านี้ อยากให้ยุนโฮสัมผัสเขามากกว่านี้

“พะ...พอแล้ว...”

“หืม?”

“อยากได้ของคุณ...อ๊า...ผมอยากได้ของคุณ...”

“เรียกยุนโฮสิ”

“ยะ...ยุน...อ๊ะ...ยุนโฮ...”

“แล้วบอกฉันว่านายอยากได้อะไร”

“อยาก ได้ของยุนโฮ...อ๊า...เข้ามาที...ใส่ของยุนโฮเข้ามาในตัวผมที...” สิ้นเสียงหวาน ยุนโฮก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะดึงนิ้วออกแล้วแทนที่ด้วยอะไรที่ใหญ่กว่ามากนัก

“จะ..เจ็บ!... อ๊ะ...” แจจุงถึงกับร้องลั่นทั้งที่ยุนโฮเพิ่งเข้าไปได้แค่ส่วนปลาย ราวกับช่องทางบอบบางข้างหลังมันฉีกขาด เจ็บมากจนน้ำตาไหล

“ชู่วว...เด็ก ดี” เสียงนุ่มกระซิบปลอบ ก่อนจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ยุนโฮเลื่อนริมฝีปากมาทาบทับกลีบปากนิ่มอีกครั้ง จูบหวานลึกซึ้งที่ช่วงชิงลมหายใจช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดให้จางหายไปทีละนิด พร้อมกับสะโพกหนาที่ค่อยๆ ดันร่างของตัวเองแทรกผ่านช่องทางด้านหลังของแจจุงอย่างค่อยเป็นค่อยไป กระทั่งยุนโฮสอดใส่เข้ามาจนสุด แจจุงก็รู้สึกราวกับแทบหยุดหายใจ มันทั้งเจ็บ ทั้งจุก ทั้งอึดอัด แต่เมื่อร่างสูงเริ่มขยับ ความสุขสมเสียวซ่านก็แล่นปราดไปทั้งร่าง

“อ๊ะ...อ๊า...” ยุนโฮขยับกายเชื่องช้า เนิบนาบ ไม่อยากวู่วามทำอะไรรุนแรงเพราะเห็นแก่คนตัวบางที่เจ็บจนน้ำตานองหน้า มันดูจะเห็นแก่ตัวมากเกินไปถ้ามีแค่เขาที่รู้สึกดี

“อ๊า...ยุนโฮ...” แต่แล้วเมื่อได้ยินเสียงหวานสั่นเครือหวีดร้องเรียกชื่อตัวเอง สะโพกหนามันก็เผลอขยับรัวเร็วขึ้นไม่รู้ตัว ราวกับอารมณ์และความต้องการมันถูกปลุกเร้าจนเกือบจะถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้ ยิ่งใครอีกคนร้องครวญครางเขาก็ยิ่งอยากถาโถมร่างกระแทกลงไปแรงๆ อยากทำให้แตกสลาย อยากทำให้จมหายลงไปกับเตียง อยากกักขังร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนใต้ร่างนี้ตลอดไป

“อ๊ะ...”

“รู้สึกดีใช่ไหม”

“...อ๊า”

“ว่าไง...หืม? รู้สึกดีใช่หรือเปล่า”

“ดี...อ๊ะ...ดีมากเลย...อ๊า...ยุนโฮ...”

ถึง ตรงนี้เสียงครางระงมก็ดังคลอไปกับเสียงเนื้อที่เสียดสีกันและเสียงลมหายใจ ของคนสองคนที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง ยุนโฮกระแทกกายใส่คนตัวบางครั้งแล้วครั้งเล่า มือข้างหนึ่งยังคงกอบกุมแจจุงน้อยช่วยปรนเปรอให้อีกคนรู้สึกดี เช่นเดียวกับเรียวปากหยักที่พรมจูบไปทั่วผิวขาวเนียน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นแจจุงกำลังทำให้เขามัวเมา ทั้งความคับแน่นที่ตอดรัดกลืนกินร่างกายเขาอยู่ ทั้งกลิ่นกายหอมอ่อนๆ กลิ่นเหงื่อจางๆ ทั้งเสียงครางหวานและใบหน้างดงามแดงก่ำ รวมถึงดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยน้ำตาคู่นั้นที่ช้อนมองเขาอย่างเว้าวอน ทั้งหมดมันทำให้ยุนโฮจมดิ่งไปกับความเย้ายวนของผีเสื้อชื่อคิมแจจุง ห้วงความหลงใหลที่ยุนโฮเผลอตัวเผลอใจตกลงไป ร่างสูงรู้ดีกว่าใครว่ามันยากจะถอนตัวขึ้น

เช่นเดียวกับแจจุงที่ตอน นี้ในหัวขาวโพลนไปหมด เขาไม่รับรู้อะไรนอกจากสัมผัสร้อนที่ใครอีกคนมอบให้ ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยกลัวแค่ไหน หวั่นไหวมากเท่าไรกับความใกล้ชิดที่ไม่รู้ว่าคือเรื่องจริงหรือความฝัน แจจุงไม่สนแล้วว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เป็นเพราะอะไร ไม่ว่ายุนโฮจะกอดเขาด้วยเหตุผลอะไรแจจุงก็ไม่ใส่ใจอีกแล้ว เขายินดี... เขาดีใจที่ได้อยู่ในอ้อมแขนของคนๆ นี้ เต็มใจที่จะถูกครอบครองเป็นเจ้าของ ทั้งตัว...และหัวใจ...

กระทั่งความต้องการและแรงปรารถนาดำเนินมาถึง จุดสูงสุด แจจุงที่ถูกปรนเปรอทั้งด้านหน้าและด้านหลังปลดปล่อยออกมาก่อน ลมหายใจเหมือนขาดห้วงหายไปกับความสุขสมที่ไม่เคยได้รับจากใครคนไหน แต่ตักตวงอากาศเข้าปอดได้ไม่นานแจจุงก็ต้องกลับมาหวีดครางอีกครั้งเมื่อยุ นโฮขยับสะโพกกระแทกกายถาโถมใส่ไม่ยั้งอย่างรุนแรง ร่างสูงเองก็กำลังจะปลดปล่อยออกมาแล้วเช่นกัน...

“อึก...” กระทั่งเสียงครางต่ำดังให้ได้ยิน พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ซึมเข้ามาในร่างกาย ราวกับว่ามันจะอุ่นไปถึงหัวใจ...

“ไม่เป็นไรนะ” ร่างสูงกระซิบถามเสียงนุ่ม แต่ยังไม่ยอมถอนร่างกายของตัวเองออกไปจากตัวของแจจุง

“เป็น สิ...” ส่วนคนถูกถามก็อ้อมแอ้มตอบ แก้มขาวขึ้นสีแดงระเรื่อ เม้มปากหลบสายตา นึกอายขึ้นมาเมื่อได้สติว่าเราสองคนเพิ่งทำอะไรกันลงไป

“เจ็บ?”

“...เจ็บมาก”

“ครั้งแรกก็แบบนี้”

“..........”

“สงสัยต้องทำให้ชินจะได้ไม่เจ็บ”

พุด แค่นั้น ก่อนเรียวปากหยักจะทาบทับแนบชิดลงไปบนปากอิ่ม เราสองคนจูบกันอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง พร้อมกับร่างกายของเราสองคนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน...เช่นเดียวกับจังหวะของหัวใจของเราทั้งคู่




 
 
 
 
 
 
To Be Continue









 
 
 
 
 
 
Let the rhythm flow กันไปแบบเต็มๆ นะคะ
กว่าจะแต่งจบตอนนี่เหนื่อยมากกกกกกกกก บอกเลย!
รู้สึกเหมือนโดนสูบพลัง ไม่ถนัดงานแบบนี้เลยจริงๆ
เพราะหญิงเป็นคนใสๆ เรียบร้อยมากอ่ะนะ
หราๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

เม้ามอยในทวิตเตอร์อย่าลืมติดแท็ก #WWWYJ นะจ๊ะ

Contact on twitter @WilyRover
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet