[FIC] Who When Why The SERIES [YunJae][08]

posted on 25 Feb 2014 21:58 by wilyrover in FICTION













Title :: Who When Why The SERIES
Author :: WilyRover
Pairing :: Yunho x Jaejoong
Category :: Romantic / Comedy / PG-NC17
Author’s Note :: ' Sunny Day '















- Sunny Day -
 
 
 
 
 
 
 
 
 
“โหยยย ทำไมมันกะทันหันแบบนี้เนี่ย ฉันไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะ!”

เสียง ใสเจื้อยแจ้วที่ดังโวยวายไม่ได้ทำให้ชางมินรู้สึกสนใจเท่ากับคนที่เจ้าของ เสียงนั้นกำลังคุยด้วย เด็กหนุ่มร่างบางผิวขาวจัดผมสีบลอนด์กับใบหน้าสวยหวานที่ไม่ว่าใครก็จำได้ ตั้งแต่แรกเห็น ชางมินก็เช่นเดียวกัน เขาจำได้ว่าเด็กคนนั้นคือ ‘แมว’ ที่พี่ของเขาเก็บได้เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน

คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงด้วย ความแปลกใจว่าทำไมแมวของพี่ยุนโฮถึงมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ควรทำตัวเชื่องๆ อยู่กับบ้านแล้วทำไมถึงมายืนสะพายเป้ที่สนามบินแบบนี้ แถมยังเป็นหน้าเกทฝั่งผู้โดยสารขาออกอีกต่างหาก... ก่อนดวงตาเรียวจะกวาดมองไปรอบๆ ซึ่งมองหาเท่าไรก็ไร้เงาพี่ชาย ที่ตรงนั้นมีแค่เด็กหน้าหวานผมบลอนด์นั่นกับคนตัวเล็กเจ้าของเสียงใสๆ ถัดไปเป็นผู้ชายสวมชุดดำตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งไม่ได้พูดอะไรนอกจากยืนมองอีก สองคนเงียบๆ

“แกไม่อยู่ฉันต้องเหงามากแน่ๆ...”

“ถ้าเหงาก็บินไปหาฉันสิ”

“แหม ตั๋วเครื่องบินไปอเมริกามันถูกๆ ซะที่ไหนล่ะ!” แอบฟังมาถึงตรงนี้คิ้วเรียวที่เคยเลิกขึ้นสูงก็พลันขมวดมุ่น อเมริกา? แมวของพี่ยุนโฮจะไปอเมริกา?? แล้วเจ้าของแมวอยู่ไหน? รู้เรื่องหรือเปล่า? หรือจะไปด้วยกัน?? แต่เอ...ถ้าพี่ยุนโฮจะไปต่างประเทศเขาต้องรู้สิ เพราะหากท่านประธานไม่อยู่แน่นอนว่ารองประธานและน้องชายอย่างเขาต้องได้รับ มอบหมายให้ดูแลงานทางนี้อยู่แล้ว

“ถึงนู่นแล้วส่งข่าวมาบ้างนะแก”

“อืม...แล้วฉันจะขอพ่อบินกลับมาเยี่ยมแกนะ”

“ปาร์คยูชอนดูแลเพื่อนฉันดีๆ ด้วย เข้าใจไหม”

“ไม่ ต้องห่วงน่า...ยังไงฉันจะโทรหานะจุนซู” คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสวมกอดเพื่อน เด็กนั่นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ไม่ต่างอะไรกับคนตัวบางที่เม้มปากแน่นราวกับ กำลังกลั้นน้ำตา ทั้งคู่ล่ำลากันอีกเล็กน้อย ก่อนเจ้าของใบหน้าสวยหวานและเรือนผมสีบลอนด์จะหันหลังเดินเข้าเกทไปพร้อมกับ ชายชุดดำ

อ้าว? เดี๋ยวๆๆ แมวหนีไปเมืองนอกแบบนี้...แล้วนี่เจ้าของมันหายไปอยู่ไหนเนี่ย!?

ชางมินรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาใครอีกคน รอไม่นานปลายสายฝั่งนั้นก็กดรับ

“พี่อยู่ไหนพี่ยุนโฮ?”

‘ฉันเหรอ? อยู่โรงพยาบาล...’ คำตอบที่ได้รับฟังดูน่าตกใจกว่ารู้ว่าพี่ชายไม่ได้อยู่ที่นี่เสียอีก

“พี่ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล?”

‘พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย’

“เฮ้ย! แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า!?”

‘เสียงดังทำไม บอกแล้วไงว่านิดหน่อย...แล้วนี่แกโทรมามีเรื่องอะไร’

“พี่เลิกเลี้ยงแมวแล้วเหรอ?”

‘หืม?’

“ผมมาส่งประธานอู๋กลับฮ่องกงแล้วเจอแมวที่พี่บอกว่าเก็บได้ที่สนามบิน เห็นเด็กนั่นพูดกับเพื่อนว่าจะไปอเมริกา” พูดจบชางมินก็รู้สึกได้ว่าปลายสายเงียบไป พี่ยุนโฮเหมือนชะงักครู่หนึ่งราวกับสมองกำลังประมวลผลในสิ่งที่ได้ยิน แต่แล้วเสียงทุ้มนุ่มที่เคยราบเรียบก็โวยวายตอบมาลั่น

‘นายรีบห้ามหมอนั่นไว้เดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าเพิ่งให้ไปไหน แล้วฉันจะรีบไป!’

“จะให้ห้ามยังไงพี่ยุนโฮ? เขาเข้าเกทไปแล้ว”

‘แกก็ตามเข้าไปในเกทสิ! ทำยังไงก็ได้ รั้งเขาไว้ อย่าเพิ่งให้เขาไป!’

“ตลกละพี่! นี่ชีวิตจริงนะไม่ใช่นิยาย ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนไอ้ ‘ทำยังไงก็ได้’ ของพี่มันก็ทำไม่ได้หรอก!”

‘โธ่ เว้ย!!’ ชางมินได้ยินเสียงพี่ชายโวยวายแค่นั้น ตามด้วยเสียงกระแทกดังลั่นจนถึงกับต้องสะดุ้ง ร่างสูงเบ้หน้าเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู และเมื่อกลับมาฟังอีกทีสายก็ถูกตัดไปแล้ว

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ยุนโฮซึ่งปาโทรศัพท์ลงพื้นเพราะโมโหที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามต้องการนั่ง กำหมัดแน่น ท่ามกลางความตกใจของบรรดาแพทย์และพยาบาลภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่เขา อยู่ หัวใจรู้สึกปวดหนึบราวถูกบีบกับคำพูดของน้องชายที่ยิ่งตอกย้ำว่าผีเสื้อตัว น้อยซึ่งเคยเป็นของเขา ตอนนี้ เวลานี้...ผีเสื้อตัวนั้นบินจากไปแล้วจริงๆ

เห็นเด็กนั่นพูดกับเพื่อนว่าจะไปอเมริกา

แล้ว ความคิดวูบหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว อเมริกาเหรอ?...บางทีอเมริกามันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้นและมันคงไม่ยากเกินความ สามารถของเขาสักเท่าไร คนระดับชองยุนโฮกะอีแค่บินข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามทวีปแค่นี้น่ะเรื่องเล็ก ในเมื่อรั้งไว้ไม่ได้ ไม่เป็นไร...เพราะเขานี่แหละจะเป็นฝ่ายตามไปจับผีเสื้อตัวนั้นคืนกลับมาเอง


“อ่ะ ข้อมูลที่พี่ให้ผมไปหา” ชางมินพูดพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำส่งให้พี่ชายที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้องพัก ผู้ป่วย ข้อเท้าข้างหนึ่งของร่างสูงมีผ้าพันไว้ซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นก็เป็นผลมาจาก ความรีบร้อนวิ่งลงถนนจนโดนรถเฉี่ยวของเขาเอง

ความจริงยุนโฮไม่ได้ อยากทำให้เรื่องมันวุ่นวายใหญ่โตถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลแบบนี้ แต่ชางมินบอกว่าเขาอยู่คนเดียวจะหยิบจับอะไรคงไม่สะดวก นอนพักให้ข้อเท้าหายอักเสบสักวันสองวันดีกว่า อย่างน้อยที่นี่ก็มีคุณพยาบาลคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เรียวตาคม ไล่อ่านเอกสารในแฟ้มสีดำนั้นคร่าวๆ ก่อนจะพยักหน้าพอใจ เมื่อวานนี้หลังจากจัดการเรื่องแอดมิดนอนโรงพยาบาลเรียบร้อยเขาก็สั่งให้ชา งมินไปสืบประวัติคิมแจจุงและครอบครัวมาอย่างละเอียดซึ่งน้องชายคนนี้ก็ไม่ เคยทำให้ผิดหวัง เพียงแค่วันเดียวข้อมูลทุกอย่างของตระกูลคิมก็มาอยู่ในมือเขา

“จริงๆ ตระกูลคิมมีหน้ามีตาในสังคมที่นิวยอร์กอยู่แล้ว งานนี้เลยไม่ยากเท่าไร...”

“อืม...ได้ที่อยู่มาไหม”

“หน้า สุดท้ายเลยพี่” ยุนโฮเปิดเอกสารไปหน้าสุดท้ายตามที่น้องชายบอกแล้วก็หลุดยิ้ม แววตาดูมีความหวังขึ้นมาเมื่อเห็นว่าที่อยู่ของตระกูลคิมที่อเมริกาไม่ไกล จากโรงแรมที่ตระกูลชองถือหุ้นอยู่เสียเท่าไร เรียกได้ว่าใกล้จนแปลกใจว่าทำไมเราถึงเพิ่งได้เจอกัน...

เส้นขนานบางทีก็มีระยะห่าง...แค่เอื้อมมือ

“เดี๋ยวแกไปบอกเลขายูหาตั๋วเครื่องบินไปอเมริกาให้ฉันด้วย เอาไฟลท์ที่เร็วที่สุด”

“พี่จะตามคิมแจจุงไปเหรอ?” คนถูกถามไม่ตอบเพียงแค่พยักหน้ารับซึ่งนั่นก็มากพอแล้วที่จะทำให้คนถามมีสีหน้าหนักใจ

ชา งมินถึงกับถอนใจเฮือก เขารู้จักพี่ชายของเขาดี เขารู้ว่าพี่ยุนโฮเป็นคนยังไง อะไรที่อยากได้ชองยุนโฮต้องได้ และอะไรที่เป็นของชองยุนโฮเขาก็จะไม่ยอมเสียมันให้ใครไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็ตาม ซึ่งชางมินจะไม่รู้สึกเดือดร้อนหรือสนใจเลยถ้าของๆ พี่ชายที่ว่าเป็นสิ่งของไม่ใช่คนที่มีหัวใจ มีความรู้สึกแบบนี้... ถึงพี่ยุนโฮไม่เล่าแต่สมองระดับเขาก็พอจะเดาออกว่าที่คิมแจจุงหนีไปอเมริกา ปุบปับต้องเป็นเพราะมีเรื่องทะเลาะกันแน่ๆ

“เรื่องตั๋วเครื่องบินผมจัดการให้ก็ได้ แต่พี่ยุนโฮตอบคำถามผมมาข้อนึงก่อนได้ไหม”

“ว่ามาสิ”

“ผมอยากรู้เหตุผล...ที่พี่จะตามเขากลับมา ที่พี่ไม่อยากเสียเขาไปเป็นเพราะพี่ขาดเขาไม่ได้...หรือแค่เสียดาย

ก่อน คำถามที่ได้ยินจะทำเอาชะงัก ยุนโฮมองหน้าน้องชาย เรียวตาคมประสานกับแววตาจริงจังที่ส่งมาให้ ชางมินไม่ได้ถามเล่นๆ หรือแค่อยากกวนประสาท เขาอยากรู้คำตอบจริงๆ... ขณะ