[FIC] Who When Why The SERIES [YunJae][09]

posted on 01 Mar 2014 23:30 by wilyrover in FICTION








วันนี้ก่อนจะไปอ่านฟิค วลรว. มีข่าวดี(?)มาแจ้งให้ทราบค่ะ
ฟิคเรื่องนี้ Who When Why The SERIES
รวมเล่มแล้วนะคะ !!!

ตัวอย่างหน้าปกจ้ะ



(เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถให้มันเป็นสีทองเหมือนปกซีดีนะ ฮ่าๆๆ)

สำหรับมิตรรักแฟนฟิคท่านใดที่สนใจอยากได้ฟิคเรื่องนี้ไว้ในครอบครอง
สามารถจิ้มไปอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ
รายละเอียดการโอนเงิน

หากท่านใดมีข้อสงสัยอยากสอบถามสามารถติดต่อได้ที่
twitter @WilyRover หรืออีเมล์ที่แจ้งไว้ในกระทู้จองได้เลยค่ะ Smile










 
 
 
 
 
Title :: Who When Why The SERIES
Author :: WilyRover
Pairing :: Yunho x Jaejoong
Category :: Romantic / Comedy / PG-NC17
Author’s Note :: ' Don't walk away '















- Don't walk away -





“แจจุง...นี่ฉันเอง”

เสียง ทุ้มนุ่มของใครบางคนที่ดังให้ได้ยินทำเอาหัวใจซึ่งเคยสงบนิ่งเต้นรัวอย่าง ไม่มีเหตุผล ก่อนปลายนิ้วจะรีบกดตัดสายที่โทรกลับไปเกาหลี แจจุงทำอะไรไม่ถูกเพราะแจจุงจำได้ว่าสุ้มเสียงคุ้นหูที่ได้ยินเป็นเสียงของ ใคร มันคือเสียงของผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นที่ทำให้เขาคิดถึงมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ ไม่ผิดแน่ พลันหัวใจก็ปวดหนึบขึ้นมากับความจริงที่ว่าความคิดถึงของตัวเองนั้นไร้ความ หมาย คิดถึงแล้วยังไง? ในเมื่อคิดถึงอยู่ฝ่ายเดียว...ชองยุนโฮไม่ได้คิดถึงเขาด้วยสักหน่อย

เพราะคิมแจจุงเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่ผีเสื้อตัวหนึ่งที่บินมาให้เขาเชยชม พอเบื่อ...เขาก็เขี่ยทิ้ง

พอ นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อเจ็ดวันก่อนน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาอีก แจจุงกดปิดโทรศัพท์ เขารู้ว่าอีกสักพักจุนซูต้องโทรกลับมาแน่ แล้วเรื่องที่หมอนั่นจะถามถึงก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของยุนโฮเมื่อสักครู่ แจจุงไม่อยากคุย ไม่อยากพูดถึง ถ้าทำได้แจจุงก็อยากจะลืม อยากจะลบผู้ชายคนนั้นออกไปจากความทรงจำและความรู้สึก แต่ก็อย่างที่เห็น...แจจุงใช้คำว่า ‘ถ้าทำได้’ เพราะความจริงแล้วแจจุงทำไม่ได้...

คนตัวบางกัดริมฝีปากกลืนก้อน สะอื้นลงคอ ก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียง เปลือกตาสีน้ำนมปิดแน่น พยายามข่มตาหลับ แต่แทนที่วิธีนี้จะช่วยปัดเป่าอาการปวดหนึบในหัวใจให้บางเบาลงมันกลับทำให้ แจจุงทรมานมากกว่าเดิม เพราะแค่หลับตาภาพของยุนโฮก็ฉายชัด หรือแม้แต่ในความฝันผู้ชายคนนั้นก็ยังตามมาเล่นงานให้เขาต้องเจ็บปวด

ชองยุนโฮคนใจร้าย...
ทำไมต้องมาทำให้แจจุงหลงรักจนลืมไม่ได้แบบนี้ด้วยนะ


สองวันต่อมา...

แจ จุงที่ไม่มีอะไรทำจนรู้สึกเบื่อได้ขอพ่อออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก อย่างน้อยสีสันของเมืองใหญ่อาจทำให้เขาเลิกฟุ้งซ่านได้บ้าง ตอนนี้สภาพจิตใจที่แย่อยู่แล้วแย่หนักกว่าเดิม จากที่คิดว่าไม่เป็นไร ต้องทำใจได้ แจจุงกลับรู้สึกเจ็บเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับจากวันที่ได้ยินเสียงของยุนโฮ อีกครั้งวันนั้น มันปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งได้ยินก็ยิ่งคิดถึง แม้เขาจะเคยใจร้ายกับตัวเองสักเท่าไรแต่ก็ยังคิดถึง...แทบขาดใจ

คน ตัวบางออกจากบ้านแต่เช้าพร้อมกับกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ แล้วก็แผนที่อีกหนึ่งฉบับ เขาเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย มีแวะร้านหนังสือบ้าง ร้านขนมบ้าง หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์คนไม่สนใจในประวัติศาสตร์อย่างเขาก็ยังเข้าไปแวะมาแล้ว ความจริงตอนแรกแจจุงตั้งใจจะชวนยูชอนมาด้วย แต่ก็ลืมไปว่าเพื่อนไม่ใช่คนว่างงานเหมือนตัวเอง สุดท้ายเท่าที่ยูชอนจะปลีกเวลามาทำหน้าที่เพื่อนผู้แสนดีได้คือการขับรถมา รับกลับบ้านเท่านั้น

แจจุงตัดสินใจจบวันเดย์ทริปของตัวเองที่ไท ม์สแควร์ สถานที่ซึ่งตั้งอยู่บนถนนในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก โดยเป็นจุดตัดของถนนบรอดเวย์กับถนนเซเวนท์ เอเวนิว ที่นี่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในย่านธุรกิจการค้าฝั่งตะวันตกของเขตมิดทาวน์ และยังเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งแสงไฟนีออนที่ไม่เคยหลับใหล ถือเป็นสีสันของนครนิวยอร์กซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มา เยี่ยมชม

แจจุงเดินเข้าร้านแมคโดนัลด์ที่ริมถนนเพื่อหาเมนูง่ายๆ รองท้องระหว่างรอยูชอน คนตัวบางเลือกนั่งที่บาร์ติดกระจกเพื่อเฝ้ามองความวุ่นวายด้านนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่หรือรถราทั้งหลายที่ขับสวนกันไปมา ข่าวตัวอักษรวิ่งบนตึกระฟ้า ป้ายโฆษณาที่ส่องแสงสว่างจ้าบาดตา หรือแม้กระทั่งข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ที่กะพริบไหวเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทั้งหมดนั่นเรียกร้องความสนใจให้แจจุงนั่งมองเพลินๆ จนลืมความเหงา ความเศร้า และความคิดถึงที่มีให้ใครบางคนได้ชั่วขณะ ราวกับความเจ็บปวดมันตกตะกอนในหัวใจ ถ้าไม่มีใครไปก่อกวนหรือสะกิดให้มันฟุ้งกระจายขึ้นมาอีก แจจุงก็คงจะลืมยุนโฮได้ในสักวัน...

ก่อนใบหน้าหวานจะระบายยิ้มน้อยๆ เมื่อสายตามองไกลออกไปแล้วพบกับนักตีกลองที่น่าจะเป็นชาวแอฟริกันกำลัง บรรเลงเพลงร่วมกับเสียงกีตาร์ของชายคนหนึ่งที่สวมเพียงแค่ชุดชั้นในกับหมวก คาวบอยท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่พากันยืนล้อมวงดู บ้างก็ถ่ายรูป บ้างก็ถ่ายวิดีโอ ใครใจดีขึ้นมาอีกหน่อยก็โยนเงินเหรียญสองเหรียญใส่ลงไปในหมวกกับกระเป๋า กีตาร์ใบใหญ่ ถือเป็นสินน้ำใจสำหรับบทเพลงสนุกสนานที่สร้างความครื้นเครงให้กับผู้คนแถว นั้น

แจจุงก้มมองนาฬิกาข้อมือ ยูชอนยังไม่มา เขายังพอมีเวลา คนตัวบางตั้งใจจะรีบกินฟิชเบอร์เกอร์ชิ้นโตในมือให้หมดแล้วเดินไปดูคุณลุง เปิดหมวกสองคนนั้นสักหน่อย เผื่อบางทีถ้าเขาว่างๆ ไม่มีอะไรทำจะลองมาร้องเพลงเล่นกับลุงพวกนี้ดู แล้วตอนนั้นเองขณะที่แจจุงกำลังเคี้ยวแป้งเบอร์เกอร์ตุ้ยๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสีเทาก็บังเอิญไปสะดุดอยู่ที่ใครบางคน

ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทคนนั้น...ที่ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักอย่างคนเอเชียนั่นช่างเหมือนกับชองยุนโฮไม่มีผิด!

เขา ที่เดินเร็วๆ ไม่มองซ้ายมองขวาผ่านกระจกตรงหน้าไปทำแจจุงสำลักเบอร์เกอร์เกือบติดคอ และด้วยการทำงานของหัวใจที่มักเร็วกว่าสมองเสมอก็สั่งให้แจจุงวิ่งออกไปหน้า ร้านเพื่อดูให้ชัดว่าผู้ชายคนนั้นใช่ยุนโฮจริงหรือเปล่า แม้รู้ว่าต้องเจ็บหากได้เจอกัน แต่ลึกๆ แล้วแจจุงก็อยากเห็นหน้าคนๆ นั้น อยากเห็นหน้าให้หายคิดถึง...อีกสักครั้ง

ทว่าพอวิ่งมาถึงหน้าร้านแจ จุงก็ไม่เห็นคนที่อยากเจอ ร่างบางยืนเหลียวซ้ายแลขวาหาผู้ชายตัวสูงที่คุ้นตา แต่ราวกับว่าแผ่นหลังกว้างของใครคนนั้นได้ถูกกลืนหายไปกับฝูงชน หรือไม่...เขาก็ไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นเองที่น้ำตาหยดแหมะโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ฟังดูราวกับเยาะเย้ยตัวเองที่ดังออกมา แจจุงแทบไม่อยากจะเชื่อ...นี่เขาคิดถึงมากขนาดเห็นภาพใครต่อใครเป็นยุนโฮเลย งั้นเหรอ

“เฮ้ย! ไอ้แจจุงร้องไห