[FIC] Who When Why The SERIES [YunJae][END]

posted on 10 Mar 2014 20:37 by wilyrover in FICTION






วันนี้ก่อนจะไปอ่านฟิค วลรว. มีข่าวดี(?)มาแจ้งให้ทราบค่ะ
ฟิคเรื่องนี้ Who When Why The SERIES
รวมเล่มแล้วนะคะ !!!

ตัวอย่างหน้าปกจ้ะ



(เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถให้มันเป็นสีทองเหมือนปกซีดีนะ ฮ่าๆๆ)

สำหรับมิตรรักแฟนฟิคท่านใดที่สนใจอยากได้ฟิคเรื่องนี้ไว้ในครอบครอง
สามารถจิ้มไปอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ
รายละเอียดการโอนเงิน

หากท่านใดมีข้อสงสัยอยากสอบถามสามารถติดต่อได้ที่
twitter @WilyRover หรืออีเมล์ที่แจ้งไว้ในกระทู้จองได้เลยค่ะ Smile















Title :: Who When Why The SERIES
Author :: WilyRover
Pairing :: Yunho x Jaejoong
Category :: Romantic / Comedy / PG-NC17
Author’s Note :: ' Now is good '















- Now is good -





“หมายความว่าถ้าแจจุงไม่ยกโทษให้...คุณก็จะยอมถูกซ้อมจนตายที่นี่อย่างนั้นสิ?

ถึง ตรงนี้แจจุงก็ทนดูต่อไปไม่ได้ เขารู้จักพ่อตัวเองดี แม้ปากพ่อจะยิ้มแต่ในใจพ่อไม่ได้ยิ้มด้วย รอยยิ้มบางๆ นั่นแค่ฉาบไว้เพื่อบดบังความร้ายกาจที่แท้จริงเท่านั้น แจจุงรู้ว่าพ่อไม่ได้พูดเล่น พ่อไม่เคยพูดจาอะไรเหลวไหลเรื่อยเปื่อย และพ่อก็ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจในมือของใคร ถ้ายุนโฮยังไม่ยอม ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง ประโยคที่ว่า 'ถูกซ้อมจนตาย' ของพ่อก็จะหมายความตามนั้นจริงๆ

คนตัวบางออกแรงสะบัดมือจนหลุดจากการ เกาะกุมของเพื่อนรัก ก่อนถลาเข้าไปทั้งดึงทั้งผลักเหล่าบอดี้การ์ดของพ่อที่กำลังรุมซ้อมยุนโฮ ซึ่งผู้ชายตัวใหญ่ใส่ชุดสีดำพวกนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจำใจต้องถอยออกไป แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือทำร้ายคุณหนูแห่งตระกูลคิม ลูกชายคนเดียวของผู้เป็นเจ้านายอยู่แล้ว

"เป็นยังไงบ้างยุนโฮ เจ็บมากไหม"

"ฉัน...ไม่เป็นไร..."

แม้ จะพูดแบบนั้นแต่ความจริงคือเจ็บจนทรงตัวแทบไม่ไหวต้องให้แจจุงช่วยประคอง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยแผลแตกและรอยช้ำ เช่นเดียวกับมุมปากที่มีเลือดซึมทั้งสองข้าง เห็นแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล คนตัวบางตวัดสายคาตัดพ้อไปยังใครอีกคน ก่อนเสียงหวานสั่นเครือจะเอ่ยลั่น

"นี่เหรอฮะวิธีพิสูจน์ความจริงใจของพ่อ มันไม่รุนแรงไปหน่อยหรือไง!"

"ถึง จะรุนแรงแต่พ่อว่าก็เห็นผลเร็วทันใจดี" คนถูกถามตอบยิ้มๆ คุณฮวานฮียังคงมีท่าทีสบายอกสบายใจ ชายสูงวัยยืนล้วงกระเป๋า ด้านหลังเป็นยูชอนและบอดี้การ์ดอีกสี่คนที่พร้อมรับคำสั่งของนายใหญ่ตลอด เวลา

"พ่ออยากรู้ว่าสำหรับชองยุนโฮแล้วอะไรสำคัญมากกว่า กัน...ระหว่างตัวเขาเอง...กับลูกชายของพ่อ" ก่อนรอยยิ้มบางเบานั้นจะเลือนหาย หลงเหลือไว้เพียงน้ำเสียงเยียบเย็นและแววตาคมกริบที่ทอประกายกร้าว

"แล้วพ่อก็อยากสั่งสอนให้เขาสำนึก...ว่าการทำให้ลูกของคิมฮวานฮีต้องเสียใจเป็นเรื่องไม่ควร"

"แต่พ่อทำเกินไป ถ้ายุนโฮตายขึ้นมาล่ะฮะ!"

"พ่อรู้ว่าลูกไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรหรอก"

".........."

"ใจอ่อนยอมยกโทษให้ชองยุนโฮตั้งแต่หมัดแรกแล้ว...ใช่ไหมล่ะ?"

แจ จุงถึงกับพูดไม่ออก คนตัวบางยืนนิ่ง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกที่มีน้ำตาเอ่อคลอประสานกับสายตาเปี่ยมด้วยอำนาจของชาย สูงวัยตรงหน้า ไม่ใช่แค่เขาที่รู้จักอีกฝ่ายดี แต่พ่อเองก็มองเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ทุกอย่างเป็นจริงตามนั้น เพียงแค่หมัดแรก...เพียงแค่เห็นคนที่เฝ้าคิดถึงถูกทำร้ายแจจุงก็รู้สึก เหมือนจะเจ็บตามไปด้วย หัวใจที่เคยเข้มแข็งอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งถูกไฟลนทันทีที่เห็นยุนโฮต้องเจ็บตัว เพื่อเขา ก่อนเจ้าตัวจะก้มหน้าหลบตาผู้เป็นพ่อ ท่าทีที่แสดงออกว่ายอมรับกับคำถามเมื่อครู่ แม้จะเป็นการยอมรับแบบไม่เต็มใจเท่าไรก็เถอะ

แล้วความเงียบก็โรยตัว โอบล้อมทุกคนไว้ ทั้งแจจุง ยุนโฮ คุณฮวานฮี ปาร์คยูชอน ไม่มีใครคิดจะพูดอะไร หรือแม้แต่คุณแม่เลี้ยงซึ่งไม่รู้เรื่องกับเขาด้วยก็ยืนตกใจจนพูดไม่ออก กระทั่งเสียงทอดถอนใจของนายใหญ่แห่งตระกูลคิมดังขึ้น คุณฮวานฮีโบกมือไล่เหล่าบอดี้การ์ดให้ออกไปรอข้างนอก ก่อนจะชวนคุณแม่เลี้ยงกับยูชอนทานมื้อเที่ยงด้วยกันท่ามกลางความงุนงงกับ สถานการณ์ของคนที่เหลือ

“อ้าว ยืนนิ่งกันทำไม ฉันบอกว่าหิวข้าวไง”

“แล้ว...ทาง นี้ล่ะคะ?” คุณแม่เลี้ยงถามอย่างไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไรกับเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่ ทั้งที่มีเรื่องกันจนเลือดตกยางออกแท้ๆ แต่สามีของเธอกลับชวนทานมื้อเที่ยงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่คนถูกถามเหลือบมองลูกชายที่ช่วยประคองใครอีกคนด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็น ใย เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าตกลงวิธีของเขานี่ช่วยพิสูจน์ความจริงใจของชองยุ นโฮหรือช่วยให้ลูกตัวเองใจอ่อนเร็วขึ้นกันแน่

“แจจุง...”

“...ฮะ”

“จะปรับความเข้าใจอะไรกันก็จัดการให้เรียบร้อย จะเอายังไงก็เคลียร์กันให้จบภายในวันนี้”

“..........”

อย่าให้พ่อต้องใช้วิธีของพ่อช่วยเคลียร์” แล้วคุณพ่อก็เดินจากไปเพื่อทานมื้อเที่ยงพร้อมกับคุณแม่เลี้ยงและปาร์คยูชอน


เมื่อ สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ บ้านตระกูลคิมกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม แจจุงก็พายุนโฮไปนั่งในห้องนั่งเล่นพร้อมสั่งให้เมดขนกล่องยามาทำแผล ตอนแรกจะขับรถพาไปโรงพยาบาลอยู่แล้วแต่ยุนโฮไม่ยอมไปเพราะไม่อยากให้เรื่อง มันวุ่นวายใหญ่โต สุดท้ายคนที่ต้องมาจัดการกับบรรดาแผลแตกและรอยฟกช้ำบนใบหน้าหล่อๆ นี่ก็คือแจจุง

คนตัวบางบรรจงทายาและแปะพลาสเตอร์ให้ร่างสูงอย่างเบา มือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความอ่อนโยนจากสัมผัสที่ปลายนิ้วและความห่วงใยจากแววตาในดวงตาคู่สวยทำให้ หัวใจรู้สึกมีความหวังขึ้นมา ยุนโฮเอาแต่นั่งอมยิ้มมองคนที่ตั้งอกตั้งใจทำแผลให้ เนิ่นนานจนอีกฝ่ายรู้สึกตัว แก้มใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตามากด้วยความหมายของใครอีกคน ก่อนจะเบือนหน้าหนี ผละมือออกไป แต่ชองยุนโฮต่อให้สิ้นท่าเจ็บตัวแค่ไหนก็ยังเป็นชองยุนโฮวันยังค่ำ ร่างสูงรีบคว้ามือขาวมากุมไว้ ก่อนจะกดจูบแผ่วเบาลงบนหลังมือนั่นให้เจ้าของมันต้องหน้าขึ้นสีหนักกว่าเดิม

“ทำอะไร ปล่อยนะคุณยุนโฮ!”

“บอก ให้เรียกยุนโฮเฉยๆ...” ว่าแล้วก็กดจูบลงบนหลังมือขาวอีกหนึ่งที ร่างสูงยิ้มมุมปาก เรียวตาคมกริบทอประกายวิบวับ ดูเอาเถอะ...เจ็บขนาดนี้ก็ยังอุตส่าห์มาทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์

"นี่ถ้าไม่เกรงใจพ่อนายล่ะก็...ฉันไม่ลงโทษแค่จูบที่มือแน่"

"ผม พูดแล้วไงว่ารื้อฟื้นความหลังไปก็ไม่มีประโยชน์..." ก่อนรอยยิ้มจะพลันหายวับ เช่นเดียวกับความหวังที่หลุดลอยจากมือไปอีกครั้ง เหมือนกับเวลาที่จุดเทียนเดินในทางแคบๆ อันมืดมิด สายตามองเห็นทางออก เขากำลังจะเดินไปที่ประตู แต่แล้วแสงสว่างจากเทียนเล่มนั้นก็ดับวูบลง

"นาย ยังไม่หายโกรธฉันเหรอ?" ยุนโฮถามเสียงเศร้า ยิ่งสบตากับแววตาตัดพ้อที่ปิดไม่มิดในดวงตาคู่สวยตรงหน้าเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด ยิ่งเกลียดตัวเองที่โง่ทำอะไรไม่คิด

"คุณทำผมเสียใจแค่ไหนคุณก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ...แล้วอย่างนี้จะให้ผมหายโกรธคุณง่ายๆ หรือไง?"

"หมายความว่านายจะไม่ยอมยกโทษให้ฉัน..."

"ถ้าคุณต้องการแค่การยกโทษ ผมก็จะยกโทษให้...แต่ถ้าให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมคงไม่ได้..."

พูด จบ แจจุงก็ดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย คนตัวบางหันหลังกลับทำท่าจะลุกหนี แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน ร่างทั้งร่างก็ถูกรั้งไว้ด้วยอ้อมแขนอบอุ่นของใครอีกคน ยุนโฮสวมกอดแจจุงจากด้านหลัง กอดแน่น...ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมให้เดินจากไป

"ฉันขอโทษ..." ก่อนเสียงทุ้มนุ่มซึ่งเจือด้วยความรู้สึกผิดจะกระซิบข้างหู ยิ่งฟังยิ่งปวดร้าว ยิ่งได้ยินหัวใจก็ยิ่งสั่นไหว

"ฉัน โง่เอง ฉันผิดเอง เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง...จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ฉันยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียว...ช่วยกลับมาหาฉันเถอะนะ..."

".........."

"ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย"

"คุณคงแค่เหงา..."

"เพิ่งรู้ว่าแค่ความเหงาก็เกือบจะฆ่าคนได้"

".........."

"นายรู้ไหม...ฉันรู้สึกเหมือนจะขาดใจเลยตอนไม่มีนายอยู่ด้วยกัน"

ยุ นโฮยังคงเอ่ยเสียงเศร้า อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดคนตัวบางแน่นขึ้น อ้อมกอดที่ไม่ได้ทำให้ร่างกายเจ็บปวดหรืออึดอัดแต่กลับทำให้หัวใจปวดหนึบ ด้วยความโหยหา ไม่ใช่แค่ยุนโฮหรอกที่อยากกอดแจจุงแบบนี้นานเท่านาน แต่แจจุงเองก็อยากอยู่ในอ้อมกอดของคนๆ นี้ตลอดไป ทว่าบาดแผลของวันวานที่อีกฝ่ายเคยทิ้งไว้ให้ยังคงฝังแน่นในความทรงจำ มันยังไม่ลืมความเจ็บช้ำในวันนั้น หัวใจยังคงไม่หายดี...

"คุณทำแบบนี้อีกแล้ว...ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดแบบนี้ อย่าพูดให้ผมหวั่นไหว อย่าทำให้ผมต้องตกหลุมรักคุณ..."

ก่อน เสียงหวานสั่นเครือจะดังตัดพ้อ น้ำตาทำท่าจะไหลกับทุกความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา โกรธแต่ก็คิดถึง เสียใจแต่ก็โหยหา อยากกลับไปแต่ก็กลัว...กลัวเหลือเกินว่าจะเจ็บเพราะคนตรงหน้าอีก

"ผม รู้ว่านี่มันไม่ใช่ความรัก...ผมเข้าใจว่ามันคงเป็นแค่ความหลงชั่ววูบ ความผูกพันชั่วคราวหรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งในเมื่อมันเป็นแบบนั้นก็ได้โปรดเถอะ..."

".........."

"อย่าทำให้ผมหลงรักคุณทั้งๆ ที่ความรู้สึกของคุณไม่ใช่ความรักเลย..."

แล้ว น้ำตาก็ไหลจนได้ น้ำใสๆ ที่หยดแหมะลงบนหลังมือทำเอายุนโฮใจหล่นวูบ แจจุงยิ่งดูเปราะบาง ง่ายต่อการแตกสลายในอ้อมแขนคนอย่างเขา และเป็นเขานี่แหละที่เกือบทำลายคนๆ นี้ด้วยมือของตัวเอง

ร่างสูงคลาย อ้อมกอด ค่อยๆ จับไหล่บางให้หันหน้ามาหากัน ปลายนิ้วบรรจงเช็ดน้ำที่ไหลอาบแก้มใสอย่างเบามือ สัมผัสที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม เช่นเดียวกับเรียวตาคมกริบทอประกายปวดร้าวที่สื่อความหมายชัดเจนราวกับอยาก บอกให้แจจุงรู้